หมวดปัญหา
จังหวัด
ยาเสพติด  
ทุจริตคอรัปชั่น  
รถเสีย  
รับสมัครงาน/หางาน  
ทำความดี  
เจ็บป่วย  
กลุ่มอิทธิพล  
แรงงาน  
คุ้มครองผู้บริโภค  
การเกษตร  
การศึกษา  
สาธารณสุข  
สิ่งแวดล้อม  
ไม่ได้รับความเป็นธรรมจนท.รัฐ  
ที่ดินทำกิน  
ปัญหาอื่นๆ  
อาชญากรรม  
ร้องเรียน  
สาธารณูปโภค  
บริการด้านจราจร  
คนหาย  
ของหาย  
อุบัติภัย  
อุบัติเหตุ  
สำนักข่าวทีนิวส์
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
สภาทนายความ
ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม กระทรวงคมนาคม
ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย
กรมการขนส่งทางบก
กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
กรมการแพทย์
กรมชลประทาน
กรมป่าไม้
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
กระทรวงแรงงาน
ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ศูนย์ประชาบดี
การประปาส่วนภูมิภาค
 www.depthai.go.th
 www.thaitrade.com
กองบังคับการตำรวจทางหลวง
หนังสือพิมพ์
 • econnews
 • เสียงใต้
 • สยามรัฐ
 • สยามธุรกิจ
 • โลกวันนี้
 • โฟกัสภาคใต้
 • TELECOM JOURNAL
 • เชียงใหม่นิวส์
 • ประชาชาติ
 • สยามกีฬา
 • เนชั่นสุดสัปดาห์
 • ฐานเศรษฐกิจ
 • โพสต์ทูเดย์
 • ไทยโพสต์
 • กรุงเทพธุรกิจ
 • บ้านเมือง
 • หนังสือพิมพ์โคราชรายวัน
 • ข่าวหุ้น
 • เดลินิวส์
 • มติชน
 • ข่าวสด
 • ไทยรัฐ
 • ผู้จัดการ 360 องศา รายสัปดาห์
 • ผู้จัดการรายวัน
 • ผู้จัดการออนไลน์
 • แนวหน้า
 • คม ชัด ลึก
"กองทุนชุมชน" บวกแรงหนุน "ทุนรัฐบาล"

"กองทุนชุมชน" บวกแรงหนุน "ทุนรัฐบาล" ต่อยอด ผลิดอก ออกผล สวัสดิการชุมชนดูแลกันยามทุกข์ยาก      
Thursday, 22 April 2010 
     นับตั้งแต่มีการรวมตัวกันของภาคประชาชน เพื่อจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชน ได้สร้างแรงหนุนจุนเจือกันในถิ่นเกิด ที่เป็นไปตามวิถีทางวัฒธรรมท้องถิ่นนั้นๆ เป้าประสงค์ก็คือ การดูแลกันและกันบนพื้นฐานของความเอื้ออาทร รักใคร่สามัคคี ที่เกิดจากการร่วมกันคิด วางแผน วางระบบการบริหารจัดการ ร่วมรับผลประโยชน์ สวัสดิการชุมชน จึงเป็นกองทุนที่ทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน


      ผลสะเทือนจากพลังเล็กๆ ในวันนี้ เป็นตัวบ่งชี้ว่า วัฒนธรรมกับการออมวันละ 1 บาท เป้าหมายก็คือเป็นการสร้างบุญช่วยเหลือเกื้อกูลกันได้มากกว่า สามารถดูแลกันและกันตั้งแต่เกิดจนตาย ผู้มีรายได้น้อย คนพิการ ผู้สูงอายุ เด็กน้อย หรือชุมชนห่างไกลความเจริญ ชนเผ่า คนชายขอบ ก็สามารถที่จะเข้าถึงสวัสดิการชุมชนได้อย่างเท่าเทียมกัน สร้างความอยู่ดีมีสุข บนพื้นฐานของความพอเพียง

      กองทุนสวัสดิการชุมชนจึงกลายเป็นแบบอย่างการพึ่งพากันเอง และนับเป็นอีกก้าวสำคัญที่พยายามช่วยเหลือกัน ขยายไปสู่การแก้ปัญหาหลายๆ ด้าน ทั้งการประกอบอาชีพ วิสาหกิจและทุนชุมชน การแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ ที่อยู่อาศัย การจัดการที่ดินโดยชุมชน


     กองทุนชุมชนบวกกับทุนรัฐบาลและทุนท้องถิ่น เมื่อผนึกพลังกันแล้วจะเป็นแรงผลักมหาศาลที่จะสามารถจัดสวัสดิการอย่างครบวงจรชีวิต สามารถพัฒนาเชื่อมโยงสนับสนุนให้เกิดกองทุนสวัสดิการชุมชนได้ทั่วประเทศให้อย่างเข้มแข็ง ตลอดจนสามารถพัฒนากองทุนสวัสดิการชุมชนไปสู่ระดับนโยบาย  


     นายประจวบ แต่งทรัพย์ ที่ปรึกษากองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบ้านขาม อ.จัตุรัส จ. ชัยภูมิ เล่าให้ฟังว่า ที่ตำบลบ้านขามไม่ได้ดำเนินการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนเฉพาะมิติของตัวเงินอย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังได้มองรอบด้านถึงทุนทุกประเภทที่มีอยู่ในชุมชนท้องถิ่น เช่น วัฒนธรรม ประเพณี ที่เต็มไปด้วยความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ระบบวิถีการผลิตแบบพอเพียงที่ไม่พึ่งปัจจัยภายนอก ใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างชาญฉลาด สร้างปัจจัยสี่ให้กับชุมชนอย่างเช่นในอดีต ซึ่งการมองมิติรอบด้านเช่นนี้จะทำให้คนเกิดความมั่นคงทั้งชีวิตและสังคม

 

 

     ฝ่ายคณะกรรมการจึงหารือแล้วนำไปเสนอต่อที่ประชุม สมาชิกส่วนใหญ่เห็นพ้องต้องกันที่จะจัดตั้งเป็นกองทุนสวัสดิการชุมชน ขณะเดียวกันชุมชนได้ระดมเงินกองทุนของกลุ่มต่างๆมาผสมผสานเข้าด้วยกัน จนเกิดเป็น “การบูรณาการกองทุนชุมชน” ขึ้นเมื่อปี 2546 เป็น 10 กองทุน ได้แก่ กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิต กลุ่มแม่บ้าน กองทุนประปา กองทุนปุ๋ย กองทุนยา กองทุนชุมชน ศูนย์สงเคราะห์ราษฎร์หมู่บ้าน ฌาปนกิจสงเคราะห์ ธนาคารข้าวและกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งในแต่ละกลุ่มจะได้เงินปันผลร้อยละ 7 บาท/ปี นำมาจัดเป็นสวัสดิการชุมชนสองประเภท คือ สาธารณะประโยชน์และค่ารักษาพยาบาล

 


     ผลที่เกิดขึ้นเมื่อเข้าสู่ยุคบูรณาการกองทุนหมู่บ้าน มีการทำกิจกรรมกันแบบหลากหลาย อาทิ โรงสีชุมชน นำผลที่ได้ไปเลี้ยงหมู เลี้ยงปลา ส่วนที่เหลือก็ขาย เช่น ขายแกลบ ขายรำ และปลายข้าวฯลฯ ทำลานตากข้าวโพด จำหน่ายเมล็ดพันธุ์ข้าว ศูนย์สาธิตการตลาด ร้านค้าชุมชน ธนาคารข้าว เพราะเห็ด ทำขนมจีน เย็บผ้าฯลฯ ทำให้คนยากคนจนไม่เคยมีสวัสดิการกับมาได้รับความเลียวแลอย่างเป็นจริงเป็นจังครั้งแรก

 


      อย่างไรก็ตาม กองทุนสวัสดิการชุมชนถึงแม้ว่าจะเริ่มเปิดรับสมัครสมาชิกเป็นครั้งแรก แต่ยังมีชาวบ้านมาสมัครเป็นสมาชิกกว่า 350 คน ด้วยจำนวนเงินกองทุน 69,035 บาท ดำเนินการมาได้ 6 ปี มีสมาชิกได้รับสวัสดิการประมาณ 500 คน แบ่งเป็น สวัสดิการเกิด แก่ เจ็บ เสียชีวิต ทุกการศึกษา ฯลฯ จำนวนเงินที่ให้สวัสดิการไปแล้วประมาณ 1,560,000 บาท

 


      ปัจจุบันกองทุนสวัสดิการชุมชนมีสมาชิกประมาณ 1,200 คน เงินสมทบประมาณ 3,700,000 บาท จากเงินออมของสมาชิกวันละบาท 2,500,000 บาท เงินสมทบจากสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) 100,000 บาท เงินดอกผลจากการบูรณาการทุน 800,000 บาท และเงินจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นประมาณ 300,000 บาท เป็นต้น


     นี่เป็นตัวอย่างที่เป็นตัวเงิน และยังมีสวัสดิการอีกหลายๆ อย่างที่ไม่ใช่ตัวเงินที่เรานำไปเป็นสาธารณะประโยชน์ให้กับชุมชน กองทุนฯ บ้านขามยังมีโครงการเยี่ยมผู้ป่วยที่นอนโรงพยาบาล โครงการเยี่ยมผู้สูงอายุในชุมชน โดยมีนม มีผลไม้ และเงินมอบให้รายละ 200 บาท ทุกๆเดือน


      กรณีกองทุนสวัสดิการชุมชนตำบลบ้านขาม ที่ชาวบ้านคิด วางแผนและลงมือปฏิบัติ เป็นตัวอย่างหนึ่งที่หลายๆชุมชนได้มาศึกษา เพื่อนำไปเป็นแนวทางให้กับชุมชนของตนเอง ได้นำไปดัดแปลงเสริมแต่งให้เหมาะสมกับวิถีชีวิต วัฒนธรรม ระบบนิเวศของแต่ละท้องที่ที่แตกต่างกัน


      เช่นเดียวกับเด็กๆ ในชุมชนบ้านใหม่ร่มเย็น เขตเทศบาลเมืองชุมแพ อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น เด็กๆ ที่นี่อาศัยอยู่ในโครงการบ้านมั่นคง และได้เห็นแบบอย่างของพ่อแม่ของตนเองที่เก็บออมทรัพย์ไว้สร้างบ้านเพื่อสร้างชีวิตใหม่ร่วมกัน เขาจึงมีแนวคิดแบบเด็กๆ ว่าจะออมเงินเพื่อเป็นการศึกษา ชื้อหนังสือตำราเรียน ชุดนักเรียน แนวคิดแบบเด็กๆ ในวันนั่น วันนี้ได้กลายมาเป็น “สวัสดิการเด็ก” ออมวันนี้เพื่ออนาคตที่สดใสในวันหน้า


     ด.ช.ทินภัทธ์ ผิวขาว หรือน้องปาล์ม หัวหน้ากองทุนสวัสดิการเด็ก อายุ 12 ขวบ บอกว่า ก่อนหน้านี้เด็กๆไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเพราะต่างมาจากคนละชุมชนพอรวมเป็น โครงการบ้านมั่นคงบ้านใหม่ร่มเย็นก็ เป็นจุดเริ่มต้นให้มารู้จักกัน


     “หลังจากย้ายมาบ้านใหม่ร่มเย็น พ่อแม่บอกว่ามีค่าใช้จ่ายเยอะจึงไม่ค่อยมีเงินให้ไปโรงเรียน หรือซื้อสมุดหนังสือ แม่บอกว่า หากอยากได้เงินไปโรงเรียนต้องรู้จักช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน”

     จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการออมเงิน เพราะช่วงเปิดเทอมจะได้มีเงินซื้อสมุด ดินสอ และจะได้แบ่งเบาภาระพ่อแม่บ้าง นั่นเป็นแรงกระตุ้นให้ผมอยาก “ออมเงิน” มากขึ้น แล้วใช้เวลาว่างหลังเลิกโรงเรียน ช่วยพ่อแม่ทำงานบ้าน รดผัก รดน้ำต้นไม้ ล้างถ้วยล้างชาม แม่จะได้ให้เงินไปโรงเรียนเยอะๆ หลังเลิกเรียนจึงนำเงินมาหยอดกระปุกออมสิน


      การได้เห็นผู้ใหญ่ในชุมชนออมทรัพย์ร่วมกันทุกเดือน จึงคิดอยากออมเงินเหมือนผู้ใหญ่บ้าง จนได้รับการสนับสนุนจากยายสนอง รวยสูงเนิน สมาชิกโครงการบ้านมั่นคงบ้านร่มเย็น ช่วยจัดตั้งเป็นกองทุนสวัสดิการเด็กขึ้น เมื่อเดือนตุลาคม 2548 มีสมาชิกเริ่มแรก 18 คน เงินออมเริ่มต้น 1,729 บาท ออมกันทุกวันที่ 15 ของเดือน ปัจจุบันมีเพื่อนๆสนใจเข้ามาเป็นสมาชิก 34 คน มีเงินสะสมร่วม 70,000 บาท


      “เพื่อนๆให้ความร่วมมือดีมาก แม้เราเพิ่งรู้จักกันได้ไม่นาน พวกผมไม่คิดว่าจะออมเพื่อเป็นทุนการศึกษาเท่านั้น แต่ยังเป็นการฝึกนิสัยรู้จักให้คำมั่นสัญญาต่อกันตั้งแต่เด็กๆและที่ผ่านมาเพื่อนๆในกองทุนไม่เคยอิจฉากัน มีอะไรก็ร่วมกันทำ”


     น้องปาล์ม บอกต่อว่าเมื่อก่อนผมเคยติดตามยายเดินทางไปประชุมโครงการบ้านมั่นคงอยู่เป็นประจำ จึงขอเสนอตัวเป็นหัวหน้ากองทุนสวัสดิการเด็ก และมั่นใจว่าจะสามารถทำงานให้กองทุนได้


    “การรวมกลุ่มกันตั้งกองทุนสวัสดิการเด็กได้รับรู้ขั้นตอนการทำงานมากมายทั้งการ รับ จ่ายเงิน ลงบัญชี เราได้มากกว่าการเรียนหนังสือในห้องเรียน การดูตัวอย่างจากผู้ใหญ่แล้วลงมือทำเอง คิดเอง โดยมีผู้ใหญ่คอยแนะนำวิธีการทำงาน จึงรู้สึกภาคภูมิใจ”

      ในอนาคตคิดว่า กองทุนสวัสดิการจะสามารถเติบโตขึ้นมากกว่านี้ กว่าจะเรียนจบก็คงมีเงินออมมากพอได้เรียนสูงๆ และหวังให้มีน้องๆรุ่นหลังได้สานงานต่อกันไปเรื่อยๆ ส่วนการให้สวัสดิการกันในกลุ่มต้องรอให้ผู้ใหญ่แนะนำก่อนว่าจะจัดสวัสดิการกันอย่างไร เพราะยังไม่เคยทำ แต่คิดไว้ว่าหากเพื่อนๆคนไหนเดือดร้อนขึ้นมา  อย่างเช่น ไม่มีสมุด หนังสือ หรือชุดนักเรียน ก็จะนำเงินที่ออมร่วมกันนี้ให้หยิบยืมไปก่อน นี่เป็นความตั้งใจของเด็กในโครงการบ้านมั่นคงบ้านใหม่ร่มเย็น


     น้องปาล์ม นับเงินไปยิ้มไปอยู่หลายรอบจึงส่งสมุดออมทรัพย์ให้กับพี่ๆ แล้วบอกว่า ของผม 200 บาท จากนั้นจึงลงบันทึกในสมุดฝากเงินอย่างสบายใจ แล้วพูดต่อว่า


      “ที่ผ่านมามีแต่สวัสดิการของผู้ใหญ่ ทำไมไม่ให้เด็กๆทำด้วย อยากมีเงินออมบ้างเพราะเหลือเงินจากการซื้อขนม ตอนนี้หนูมีเงินออมแล้นับ 100,000 บาท ยังไม่เคยได้เบิกเงิน คาดว่าอีกไม่กี่ปี จะมีเงินออมเยอะทีเดียว จากนั้นน้องปาล์มจึงเปิดสมุด ดูจำนวนเงินในบัญชี ยิ้มอย่างภาคภูมิใจ แล้วเดินจากไป”

      นี่คือทางเลือกใหม่สำหรับเด็กๆ การเรียนรู้โดยนำตัวอย่างที่ดีของผู้ใหญ่มาเป็นแบบอย่าง เป็นอีกทางเลือกหนึ่งทำให้เด็กเกิดปัญญา เพราะเขาคืออนาคตของชาติอันสดใสทดแทนผู้ใหญ่เมื่อผลัดใบในวันหน้า

 


     ไกลออกไปเหนือสุดของประเทศที่ ต. แม่สลองนอก อ. แม้ฟ้าหลวง จ.เชียงราย พี่น้องชนเผ่าต่างๆได้รื้อฟื้นทุนทางวัฒนธรรมชุมชน จัดสวัสดิการชุมชนเปลี่ยนชีวิตใหม่ร่วมกัน 

     ภูมิพัฒน์ คงวารินทร์ ผู้ประสานงานกองทุนสวัสดิการชุมชนจังหวัดเชียงราย เล่าให้ฟังว่า  ต.แม่สลองนอก เป็นชุมชนชาวเขาหลายเผ่าอยู่ร่วมกัน ทั้งไทยใหญ่ ลีซอ อาข่า มูเซอ ชาวจีน ฯลฯ ซึ่งคนชายขอบเหล่านี้ไม่สามารถเข้าถึงรัฐสวัสดิการและหน่วยงานต่างๆ ได้ เพราะเขาถือบัตรสีที่แสดงถึงสถานการณ์อาศัยอยู่ในผืนแผ่นดินไทย


     แต่ทุนวัฒนธรรมคือ ฐานการดำรงอยู่ที่ยังคงมีวิถีชีวิตที่เกื้อกูลและดูแลกันอยู่ รวมกับมีหน่วยงานเอ็นจีโอและสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน หรือ พอช. ได้เห็นถึงความเป็นเพื่อนมนุษย์เหมือนๆ กัน เข้าไปสนับสนุนการจัดกองทุนสวัสดิการชุมชน เพื่อช่วยเหลือและดูแลกันและกัน

     กระทั้งปี 2545 จึงได้ตั้งเป็นกองทุนสวัสดิการชุมชนต.แม่สลองนอกขึ้น มีชาวบ้านมาสมัครเป็นสมาชิกประมาณ 672 คน ปัจจุบันมีเงินกองทุน 500,000 บาท


     ภูมิพัฒน์ เล่าต่อว่า แม้จะเป็นชนเผ่าแต่ชุมชนที่นี่มีระบบการออมสัจจะสะสมทรัพย์ดูแลกันมาก่อนหน้านี้แล้ว การทำความเข้าใจการจัดตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนจึงเป็นไปด้วยความราบรื่น โดยการระดมทุนต่างๆ ที่มีอยู่ในชุมชน มารวมกันนำผลกำไรจากกลุ่มสัจจะออมทรัพย์บวกกับการออมทรัพย์วันละบาทของสมาชิก และได้รับแรงเสริมจากแผนแม่บทชุมชน 20,700 บาท โครงการฟื้นฟูท้องถิ่น 18,000 บาท องค์การบริหารส่วนตำบลสมทบ 20,000 บาท และ พอช. สมทบ 50,000 บาท แล้วนำมาจัดสวัสดิการให้กับสมาชิก


     การจัดสวัสดิการของสมาชิกเราจะออกเป็น “บัตรเขียว” ให้กับสมาชิก ไว้ใช้บริการโรงพยาบาล คลินิกตำบล เนื่องจากไม่สามารถเข้าถึงบริการของรัฐและบริการสุขภาพ นับเป็นการจัดสวัสดิการให้พี่น้องชนเผ่าได้เข้าถึงบริกาสุขภาพได้ด้วยตนเอง การรวมกันตั้งกองทุนสวัสดิการชุมชนยังเป็นการสร้างมิตรภาพระหว่างชุมชนกับหน่วยงานท้องถิ่นและรัฐบาล สามารถเกิดการประสานงานความร่วมมือกัน ได้พูดคุยกันมากขึ้น


     แม้วันนี้เขาอยู่ในแผ่นดินไทยในฐานะเพียงผู้อาศัย ไม่มีสิทธิตามกำหมาย แต่เขาดีใจที่คนไทยไม่เคยทอดทิ้งอย่างที่ผ่านๆ มา เขาจะขอทำความดีต่อถิ่นฐานที่เขาอยู่อาศัยไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับใคร


     ความสำเร็จที่ชนเผ่าได้จากกองทุนสวัสดิการชุมชนครั้งนี้เป็นเพราะเขามีความสามัคคี โดยเอาความสัมพันธ์แบบเครือญาติ อยู่ตามวิถีชุมชน ความเอาใจใส่กันนำไปสู่การแก้ไขปัญหา หาทางออกจนสามารถหนุนเสริมกันและกันได้อย่างภาคภูมิใจ

 

 

     กองทุนสวัสดิการชุมชน ที่จัดตั้งโดยชาวบ้านในขณะนี้ กำลังขยายตัวออกไปอย่างกว้างขวาง การขอรับแรงหนุนเสริมจากภาคส่วนต่างๆ คงไม่ใช่เพียงแค่ตั้งท่ารอรับอย่างเดียว แต่การเตรียมความพร้อม ด้านต่างๆของชุมชน โดยเฉพาะเรื่องการออมเพื่อสร้างบุญร่วมกัน ก็เป็นเรื่องสำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน 

ที่มา : วิทยุชุมชนพลเมืองนนท์ fm 92.75 mhz.