หมวดปัญหา
จังหวัด
ยาเสพติด  
ทุจริตคอรัปชั่น  
รถเสีย  
รับสมัครงาน/หางาน  
ทำความดี  
เจ็บป่วย  
กลุ่มอิทธิพล  
แรงงาน  
คุ้มครองผู้บริโภค  
การเกษตร  
การศึกษา  
สาธารณสุข  
สิ่งแวดล้อม  
ไม่ได้รับความเป็นธรรมจนท.รัฐ  
ที่ดินทำกิน  
ปัญหาอื่นๆ  
อาชญากรรม  
ร้องเรียน  
สาธารณูปโภค  
บริการด้านจราจร  
คนหาย  
ของหาย  
อุบัติภัย  
อุบัติเหตุ  
สำนักข่าวทีนิวส์
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
สภาทนายความ
ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม กระทรวงคมนาคม
ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย
กรมการขนส่งทางบก
กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
กรมการแพทย์
กรมชลประทาน
กรมป่าไม้
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
กระทรวงแรงงาน
ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ศูนย์ประชาบดี
การประปาส่วนภูมิภาค
 www.depthai.go.th
 www.thaitrade.com
กองบังคับการตำรวจทางหลวง
หนังสือพิมพ์
 • econnews
 • เสียงใต้
 • สยามรัฐ
 • สยามธุรกิจ
 • โลกวันนี้
 • โฟกัสภาคใต้
 • TELECOM JOURNAL
 • เชียงใหม่นิวส์
 • ประชาชาติ
 • สยามกีฬา
 • เนชั่นสุดสัปดาห์
 • ฐานเศรษฐกิจ
 • โพสต์ทูเดย์
 • ไทยโพสต์
 • กรุงเทพธุรกิจ
 • บ้านเมือง
 • หนังสือพิมพ์โคราชรายวัน
 • ข่าวหุ้น
 • เดลินิวส์
 • มติชน
 • ข่าวสด
 • ไทยรัฐ
 • ผู้จัดการ 360 องศา รายสัปดาห์
 • ผู้จัดการรายวัน
 • ผู้จัดการออนไลน์
 • แนวหน้า
 • คม ชัด ลึก
การทุจริตคอรัปชั่นที่หนักหน่วงมาก

“อภิสิทธิ์” แนะคิดเชิงบวก การตรวจสอบเป็นกระบวนการที่สร้างสรรค์ ทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพ โปร่งใส พร้อมยอมรับ “การจัดซื้อจัดจ้างในภาครัฐ” กำลังเป็นปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นที่หนักหน่วงมากเวลานี้

วันที่ 26 มกราคม สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) จัดการประชุมเชิงวิชาการในการประกาศยุทธศาสตร์การตรวจเงินแผ่นดิน (พ.ศ.2554-2557) ณ ตึกสันติไมตรีหลังนอก ทำเนียบรัฐบาล โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ สตง.ได้นำไปใช้เป็นแผนยุทธศาสตร์ 4 ปีขององค์กร และเป็นกรอบแนวทางในการพัฒนาการดำเนินงานขององค์กรในช่วงระยะเวลา 4 ปีข้างหน้า ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เป็นประธานกล่าวสุนทรพจน์ในพิธีเปิดการประชุม

นายอภิสิทธิ์ ตอนหนึ่งถึงว่า การบริหารราชการแผ่นดินนั้น มีความจำเป็นที่จะต้องใช้งบประมาณแผ่นดิน ซึ่งในปัจจุบันจะอยู่ในระดับปีละประมาณ 2 ล้านล้านบาท ดังนั้น การบริหารราชการแผ่นดินต้องทำอย่างเป็นระบบ และเป็นธรรม ตลอดจนเป็นประโยชน์แก่ประชาชน ในการใช้จ่ายเงินดังกล่าว ซึ่งเป็นเงินของประชาชนทั้งชาติ โดยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (พ.ศ.2550) ได้กำหนดให้มีคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) เป็นองค์กรอิสระทำหน้าที่ตรวจสอบในการใช้จ่ายเงินของหน่วยงานภาครัฐทั้งหมด

“ต้องยอมรับว่า ทุกยุคทุกสมัยมักจะมีข้อครหา เกี่ยวกับการทุจริตคอรัปชั่น การรั่วไหล ดังนั้นการป้องกันจึงต้องอาศัยหลายภาคส่วน โดยเฉพาะการตรวจเงินแผ่นดินทำหน้าที่หลักในเรื่องนี้  ซึ่งจะเห็นได้ว่าตลอด 5 ปีที่ผ่านมา สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน ตรวจพบมูลค่าความเสียหายจากการใช้จ่ายเงินงบประมาณแผ่นดินรวมแล้วหลายหมื่นล้านบาท และยังสามารถเรียกคืนเงินงบประมาณ หรือรายได้ที่จัดเก็บเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก”

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการบริหารราชการแผ่นดิน มีการปรับเปลี่ยนไปตามยุคสมัย ดังนั้น การปฏิบัติงานต้องมีความยืดหยุ่น ซึ่งการตรวจสอบจึงอยากให้มุ่งไปที่ผลสัมฤทธิ์ของงานในขั้นสุดท้ายที่ตกกับประชาชนอย่างแท้จริง พร้อมๆ กับอยากเห็นการทำงานของฝ่ายตรวจสอบสามารถป้องกันความเสียหาย หรือเข้าไปแนะนำตั้งแต่ต้นทาง มากกว่าการปราบปรามที่นำมาสู่ความไม่ไว้เนื้อเชื่อใจกัน นี่คือ โจทย์ข้อสำคัญท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นต้องปรับแนวทางการติดตามตรวจสอบเช่นเดียวกัน

ส่วนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เช่นเดียวกันที่เริ่มมีความเปลี่ยนแปลงมากขึ้นนั้น นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า  หลายเรื่องภาคราชการก็ยอมรับว่า ไม่สามารถขับเคลื่อนได้โดยลำพัง จำเป็นต้องทำงานร่วมกับภาคประชาชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ภาคธุรกิจเอกชน ซึ่งแต่ละภาคส่วนก็มีวัฒนธรรมการทำงานไม่เหมือนกัน ทำให้เวลาปรับเข้าหากันมักจะมีปัญหาขัดกัน แง่กฎระเบียบ การตรวจสอบ เช่น งานด้านสังคม  การศึกษา สาธารณสุข มีเงินงบประมาณจำนวนมากออกไปในรูปแบบเงินอุดหนุน ให้องค์กรเอกชนดำเนินการ หากยึดแต่โครงสร้างและกฎระเบียบ หรือกลไกการทำงานแบบเดิมจะแก้ไขปัญหาไม่ได้ ดังนั้น การแก้ไขปัญหาบางอย่างต้องมีการเปลี่ยนแปลงในแง่การยึดมั่นยึดถือกฎระเบียบ ต้องมีการปรับรูปแบบการทำงาน เช่น การแก้ไขปัญหาที่ดินทำกิน เป็นต้น

“สังคมไทยมีปัญหาเรื่องทัศนคติการตรวจสอบ ไม่ยอมรับการตรวจสอบ โดยรู้สึกหวาดกลัว หวาดระแวง ทำให้ไม่ได้นำกลไกการตรวจสอบไปใช้ประโยชน์ในลักษณะเชิงบวก หรือสร้างสรรค์  จึงต้องทำความเข้าใจให้ได้ว่า การตรวจสอบเป็นกระบวนการที่สร้างสรรค์ หากนำมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่แล้วจะสามารถทำให้การทำงานมีประสิทธิภาพ โปร่งใส”

นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงปัญหาการทุจริตคอรัปชั่นในปัจจุบัน การจัดซื้อจัดจ้างในภาครัฐเป็นปัญหาที่หนักหน่วงมาก โดยมี รูปแบบที่เปลี่ยนแปลง และมีพัฒนาการตลอดเวลา ซึ่งรัฐบาลพยายามหามาตรการลดหรือหยุดยั้ง   เช่น ทำให้การกำหนดราคากลาง และคุณลักษณะของ หรือบริการนั้น สะท้อนต้นทุนความเป็นจริงมากขึ้น

“ที่ผ่านมาช่องว่างของราคากลางไม่สะท้อนสภาพความเป็นจริง เป็นการเปิดช่องให้เกิดการทุจริต มีการสมยอมกันในการเสนอราคา และการที่ไม่มีกระบวนการที่ชัดเจนในเรื่องการจ้างที่ปรึกษากลายเป็นช่องโหว่ ที่ทำให้ปรึกษาเข้ามาร่วมในกระบวนการทุจริต ด้วยการกำหนดคุณลักษณะอ้างข้อมูลทางเทคนิคชั้นสูง ทำให้การตรวจสอบทำได้ยาก เป็นที่มาที่เราต้องสูญเสียงบประมาณโดยสิ้นเปลือง” นายกรัฐมนตรี กล่าว และว่า ลำพังภาคการเมือง ราชการ แม้จะมีการทุจริต แต่ก็ต้องยอมรับว่า ภาคเอกชนก็มีส่วนร่วมไม่น้อยที่ทำให้ปัญหานี้รุนแรงยิ่ง

และในฐานะประธานคณะกรรมการกระจายอำนาจฯ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า รัฐบาลไม่ได้มุ่งหวังให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทำงานเหมือนระบบราชการ อีกทั้งภารกิจหลายด้านไม่สามารถขีดเส้นแบ่งได้ ดังนั้น หากมีการยึดเป้าหมายสุดท้าย คือ การสร้างประโยชน์ให้กับประชาชนเป็นหลัก เชื่อว่า จะได้คำตอบที่เหมาะสมในการกำหนดกฎระเบียบ วิธีปฏิบัติและกลไกของการตรวจสอบ ขณะเดียวกันก็เข้มงวดว่าไม่ว่าจะใช้รูปแบบใดก็ตามจะต้องนำเอาทรัพยากรของประชาชนและของรัฐไปใช้เพื่อประโยชน์ของประชาชนเท่านั้น

ที่มา : วิทยุชุมชนพลเมืองนนท์ fm 92.75 mhz.