หมวดปัญหา
จังหวัด
ยาเสพติด  
ทุจริตคอรัปชั่น  
รถเสีย  
รับสมัครงาน/หางาน  
ทำความดี  
เจ็บป่วย  
กลุ่มอิทธิพล  
แรงงาน  
คุ้มครองผู้บริโภค  
การเกษตร  
การศึกษา  
สาธารณสุข  
สิ่งแวดล้อม  
ไม่ได้รับความเป็นธรรมจนท.รัฐ  
ที่ดินทำกิน  
ปัญหาอื่นๆ  
อาชญากรรม  
ร้องเรียน  
สาธารณูปโภค  
บริการด้านจราจร  
คนหาย  
ของหาย  
อุบัติภัย  
อุบัติเหตุ  
สำนักข่าวทีนิวส์
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
สภาทนายความ
ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม กระทรวงคมนาคม
ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย
กรมการขนส่งทางบก
กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
กรมการแพทย์
กรมชลประทาน
กรมป่าไม้
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
กระทรวงแรงงาน
ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ศูนย์ประชาบดี
การประปาส่วนภูมิภาค
 www.depthai.go.th
 www.thaitrade.com
กองบังคับการตำรวจทางหลวง
หนังสือพิมพ์
 • econnews
 • เสียงใต้
 • สยามรัฐ
 • สยามธุรกิจ
 • โลกวันนี้
 • โฟกัสภาคใต้
 • TELECOM JOURNAL
 • เชียงใหม่นิวส์
 • ประชาชาติ
 • สยามกีฬา
 • เนชั่นสุดสัปดาห์
 • ฐานเศรษฐกิจ
 • โพสต์ทูเดย์
 • ไทยโพสต์
 • กรุงเทพธุรกิจ
 • บ้านเมือง
 • หนังสือพิมพ์โคราชรายวัน
 • ข่าวหุ้น
 • เดลินิวส์
 • มติชน
 • ข่าวสด
 • ไทยรัฐ
 • ผู้จัดการ 360 องศา รายสัปดาห์
 • ผู้จัดการรายวัน
 • ผู้จัดการออนไลน์
 • แนวหน้า
 • คม ชัด ลึก
โรงเรียนอุบลฯ ไอเดียเก๋ จัดเขตห้ามใช้โทรศัพท์มือถือ

ที่โรงเรียนหนองบัวฮีวิทยาคม ต.หนองบัวฮี อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ซึ่งรณรงค์ให้นักเรียนใช้มือถือโทรศัพท์ในโรงเรียนเท่าที่จำเป็น และอยู่ในจุดที่จัดให้คือ บริเวณโรงยิมข้างโรงอาหาร โดยได้เริ่มโครงการตั้งแต่ปีการศึกษา 2552 เป็นต้นมา ซึ่งได้รับความร่วมมือจากนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน 444 คนเป็นอย่างดี
       
       โดยนักเรียนที่นำโทรศัพท์มือถือมาโรงเรียนต้องปิดเครื่องโทรศัพท์ และเปิดใช้อีกทีในจุดที่โรงเรียนจัดให้
       
       ดังนั้น ในการสอบกลางเทอมประจำปีการศึกษา 2553 น.ส.ฟ้ารุ่ง บรรเรืองทอง หัวหน้างานปกครอง จึงร่วมกับกลุ่มเยาวชนสืบสานภูมิปัญญาบ้านหนองบัวฮี ซึ่งเป็นแกนนำของกลุ่มนักเรียน จัดกิจกรรม “ปิดโทรศัพท์รับการสอบ” โดยกำหนดไว้ 2 ช่วงคือ วันที่ 13-19 ก.ย. เป็นช่วงสีเหลือง เพราะเป็นช่วงอ่านหนังสือเตรียมสอบ จึงให้ใช้โทรศัพท์เท่าที่จำเป็นจริงๆ และระหว่างวันที่ 20-24 ก.ย. เป็นช่วงสีแดง เพราะเป็นช่วงสอบ ห้ามนักเรียนใช้โทรศัพท์เด็ดขาด เพื่อไม่ให้รบกวนการสอบของเพื่อนนักเรียนด้วยกัน
       
       น.ส.บัวทอง วงษ์วรรณ์ นร.ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 กล่าวว่า ช่วงแรกเข้าร่วมกิจกรรมรู้สึกอึดอัดเหมือนถูกบังคับให้ปิดโทรศัพท์เมื่อเข้าเรียน แต่หลังเข้าร่วมพบว่าการใช้โทรศัพท์เท่าที่จำเป็น สามารถลดการเติมเงินจากเดิมเดือนละกว่า 300 บาท มาเหลือเพียงเดือนละไม่เกิน 100 บาท ทุกวันนี้ไม่รู้สึกอึดอัดที่เวลาใช้ต้องมาโทรในเขตที่โรงเรียนจัดให้ แต่รู้สึกดีมากกว่า เพราะไม่ถูกรบกวนจากเสียงโทรศัพท์ในช่วงเวลาเรียน
       
       ด้าน นายจักรพันธ์ สีแสด นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เล่าถึงความรู้สึกของการมีโทรศัพท์มือถือในวัยเรียนช่วงปีแรกรู้สึกกดดัน เพราะอยากจะใช้โทรศัพท์ก็ไม่ได้ใช้ แต่นานเข้ารู้สึกชิน รู้สึกดี และเห็นว่าโทรศัพท์ไม่มีความจำเป็น ปีนี้เลยไม่เอาโทรศัพท์มาโรงเรียน เพราะแทบไม่ได้ใช้ เมื่อต้องการคุยกับเพื่อน ก็มาพบกันที่โรงเรียนอยู่แล้ว
       
       ระยะหลังเพื่อนก็ถามทำไมไม่ใช้โทรศัพท์ ก็เลยบอกว่าขอเงินแม่มาซื้อขนมกิน ไม่ได้เอาเงินมาเติมเงินโทรศัพท์ ทุกวันนี้รู้สึกดีที่แทบไม่ได้ใช้โทรศัพท์แล้ว
       
       อาจารย์ฟ้ารุ่ง บรรเรืองทอง ซึ่งเป็นเจ้าของความคิดห้ามใช้โทรศัพท์ในโรงเรียนกล่าวยอมรับว่า ระยะแรกของโครงการลดการใช้โทรศัพท์ ได้รับการต่อต้านจากนักเรียน แต่ได้รับการสนับสนุนจากนายสุรพงษ์ ด้วงทอง ผู้อำนวยการโรงเรียนที่เห็นประโยชน์ต่อตัวนักเรียน จึงช่วยผลักดันให้โครงการเดินหน้าต่อไปได้ และเมื่อนักเรียนค้นพบความจริงเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์มือถือที่ไม่มีความจำเป็นในวัยเรียน ก็เริ่มให้ความร่วมมือ จนเกิดเป็นคนกลุ่มใหญ่ และยอมรับกติกาที่ร่วมกันตั้งขึ้นมา คือ หากใช้โทรศัพท์นอกเขตที่จัดให้ครั้งแรก จะถูกยึดโทรศัพท์เป็นเวลา 3 วัน ครั้งที่สองถูกยึดนาน 1 สัปดาห์ หากฝ่าฝืนอีกจะถูกยึดไว้จนกว่าโรงเรียนจะปิดเทอม
       
       หลังนักเรียนโรงเรียนหนองบัวฮีวิทยาคมเข้าร่วมใช้โทรศัพท์มือถือเท่าที่จำเป็นกับทางโรงเรียน ปรากฏว่า “สามารถลดการใช้โทรศัพท์ ลดการสูญเสียเงินใช้เติมโทรศัพท์ของนักเรียนลงได้คนละกว่าร้อยละ 70 และยังเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการใช้โทรศัพท์มือถือของนักเรียนขณะอยู่ที่บ้าน เพราะนักเรียนจะใช้โทรศัพท์พูดคุยติดต่อธุระเท่าที่จำเป็น จะไม่โทรศัพท์แบบฟุ่มเฟือย หรือคุยในเรื่องไร้สาระเหมือนอดีต”
       
       อาจารย์ฟ้ารุ่งกล่าวว่า ความสำเร็จที่เกิดขึ้น เพราะความร่วมมือของนักเรียนทุกคน รวมทั้งแรงผลักดันของผู้ปกครองที่เข้าใจ และคณะผู้บริหารโรงเรียนหนองบัวฮีวิทยาคมที่ให้การสนับสนุนโครงการอย่างต่อเนื่อง

ที่มา :