หมวดปัญหา
จังหวัด
ยาเสพติด  
ทุจริตคอรัปชั่น  
รถเสีย  
รับสมัครงาน/หางาน  
ทำความดี  
เจ็บป่วย  
กลุ่มอิทธิพล  
แรงงาน  
คุ้มครองผู้บริโภค  
การเกษตร  
การศึกษา  
สาธารณสุข  
สิ่งแวดล้อม  
ไม่ได้รับความเป็นธรรมจนท.รัฐ  
ที่ดินทำกิน  
ปัญหาอื่นๆ  
อาชญากรรม  
ร้องเรียน  
สาธารณูปโภค  
บริการด้านจราจร  
คนหาย  
ของหาย  
อุบัติภัย  
อุบัติเหตุ  
สำนักข่าวทีนิวส์
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
สภาทนายความ
ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม กระทรวงคมนาคม
ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย
กรมการขนส่งทางบก
กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
กรมการแพทย์
กรมชลประทาน
กรมป่าไม้
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
กระทรวงแรงงาน
ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ศูนย์ประชาบดี
การประปาส่วนภูมิภาค
 www.depthai.go.th
 www.thaitrade.com
กองบังคับการตำรวจทางหลวง
หนังสือพิมพ์
 • econnews
 • เสียงใต้
 • สยามรัฐ
 • สยามธุรกิจ
 • โลกวันนี้
 • โฟกัสภาคใต้
 • TELECOM JOURNAL
 • เชียงใหม่นิวส์
 • ประชาชาติ
 • สยามกีฬา
 • เนชั่นสุดสัปดาห์
 • ฐานเศรษฐกิจ
 • โพสต์ทูเดย์
 • ไทยโพสต์
 • กรุงเทพธุรกิจ
 • บ้านเมือง
 • หนังสือพิมพ์โคราชรายวัน
 • ข่าวหุ้น
 • เดลินิวส์
 • มติชน
 • ข่าวสด
 • ไทยรัฐ
 • ผู้จัดการ 360 องศา รายสัปดาห์
 • ผู้จัดการรายวัน
 • ผู้จัดการออนไลน์
 • แนวหน้า
 • คม ชัด ลึก
โครงการพระราชดำริพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

โครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง
ความเป็นมา
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระราชดำริ เรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง” ความว่า “สิ่งสำคัญที่เราพอกิน อุ้มชูตัวเราได้ ให้มีความพอเพียงแก่ตัวเอง พึ่งตนเองได้ หมายความว่า ให้สามารถดำรงชีวิตได้ อย่างไม่เดือดร้อน มีความเป็นอยู่อย่างประมาณตน มีกินมีใช้ตามอัตภาพ แล้วที่เหลือจึงจะขายเป็นรายได้ต่อไป”
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยได้จัดตั้ง “โครงการชีววิถีเพื่อการอย่างยั่งยืน” ขึ้นอย่างไม่เป็นทางการ ในปี 2542 ในปี 2546จึงได้จัดตั้งโครงการชีววิถีเพื่อการอย่างยั่งยืนอย่างเป็นทางการอยู่ในโครงสายการบังคับบัฐชาของ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย
โรงเรียนวัดต้นไคร้ได้มีโครงการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน เพื่อแก้ปัญหา
สิ่งแวดล้อมด้วยการเกษตรแบบธรรมชาติและเศรษฐกิจพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในเรื่องของเศรษฐกิจพอเพียงและการพึ่งพาตนเอง รวมทั้งสนองพระราชเสาวนีย์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ ที่ทรงห่วงใยต่อวิถีชิวิตของพสกนิกรที่ช่วยกันรักษาป่า
โครงการอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนของโรงเรียน ได้สอดคล้องกับโครงการโครงการชีววิถีเพื่อการอย่างยั่งยืน ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งสนับสนุนโดยการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีแพร่ ให้การสนับสนุน เพื่อการธำรงรักษาสิ่งแวดล้อมโดยการดำเนินการเกษตรแบบธรรมชาติ การใช้ธรรมชาติปรับให้คืนสู่ธรรมชาติ พัฒนาในส่วนที่เป็นธรรมชาติให้เจริญถาวร สภาพแวดล้อมภายในโรงเรียนสวยงาม ร่มรื่น มีอากาศที่บริสุทธิ์ ทำให้บุคลากรมีสุขภาพกาย สุขภาพจิตดี เอื้อต่อการเรียนการสอนในโรงเรียน ทำให้เยวชนมีคุณภาพที่ดี และเป็นการพัฒนาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนและครบวงจร
โครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นการดำเนินการตามแนวพระราชดำริของ
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่อง เศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการส่งเสริมใน 4 เรื่อง ได้แก่
1. การเพาะปลูก
2. การเลี้ยงสัตว์น้ำ
3. การปศุสัตว์
4. สิ่งแวดล้อม

ข้อมูลทั่วไป
โรงเรียนวัดต้นไคร้ ตั้งอยู่ เลขที่ 182/2 หมู่ที่ 5 ตำบลช่อแฮ อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่
โทร.054599020
ผู้บริหารโรงเรียน นายนพรัตน์ ส่วนบุญ ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียน ระดับ 8
เปิดทำการสอนในระดับประถมศึกษา ชั้นอนุบาล1 ถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6
จำนวนนักเรียน 182 คน
จำนวนครู 11 คน
นักการภารโรง 1 คน
สนับสนุนโดย การไฟฟ้าฝ่าผลิตแห่งประเทศไทย และวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีแพร่
เริ่มดำเนินการ ตั้งแต่วันที่ 13 พฤศจิกายน 2546
วิทยากรที่ให้การสนับสนุนและให้ความรู้
1.อาจารย์ดำรงศักดิ์ พิมพสุด วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีแพร่
2.นายนิคม ประสมสวย กรรมการสถานศึกษาโรงเรียนวัดต้นไคร้
ผู้รับผิดชอบโครงการ นางมาลี มุ้งทอง
นักเรียนที่รับผิดชอบ โดยการจัดแบ่งหน้าที่ ตั้งแต่ชั้น ป. 3 ถึงชั้น ป.6 เป็นกลุ่มต่างๆ ดังนี้
1.กลุ่มทำปุ๋ยแห้ง (โบกาฉิ) และทำปุ๋ยหมักจากเศษวัชพืช
2.กลุ่มเลี้ยงไก่
3.กลุ่มเลี้ยงปลา
4.กลุ่มปลูกพืชผักสวนครัว
5.กลุ่มทำปุ๋ยจากเศษอาหาร


วิธีในการการดำเนินงานของโรงเรียน
ในวันที่ 28-29 มกราคม 2545 โรงเรียนได้นำคณะครู นักเรียน ไปศึกษาดูงาน เกษตรธรรมชาติ ในงานมหกรรมสุขภาพ ที่สนามกีฬาจังหวัดแพร่ซึ่งจัดโดยวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีแพร่ และได้นำมาใช้ที่โรงเรียนและที่บ้าน
นางสิริประภา เรือนแก้ว ได้ไปเข้ารับการอบรมเกษตรธรรมชาติ ที่อำเภอแก่งคอย
จังหงวัดสระบุรี และได้นำการผลิตปุ๋ยโบกาฉิมาทดลองทำที่โรงเรียน
ในวันที่ 6 ตุลาคม 2546 โรงเรียนได้เสนอโครงการอนุรักษ์ธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ไปยังวิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีแพร่
ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2546 อาจารย์ดำรงศักดิ์ พิมพสุด ได้นำนักศึกษามาให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้จุลินทรีย์(EM) ให้กับคณะครู นักเรียน นักการภารโรงและชุมชน
ในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2546 โรงเรียนได้นำคณะครู นักเรียน นักการภารโรง ไปศึกษาดูงานและฝึกปฏิบัติจริงในการใช้จุลินทรีย์(EM)
ในวันที่ 24 ธันวาคม 2546 โรงเรียนได้แต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินงานโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ในวันที่ 17 – 28 พฤศจิกายน 2546 โรงเรียนได้จัดเตรียมสถานที่ต่างๆ
ในวันที่ 16 มกราคม 2547 ได้มีเจ้าหน้าที่มาบันทึกเทปโทรทัศน์ เพื่อเผยแพร่ ทางสถานี
โทรทัศน์
ในวันที่ 16 มกราคม 2547 โรงเรียนได้นำนักเรียนไปเผยแพร่โครงการวิถีชีวิตอย่างยั่งยืน
ต่อชุมชน

กิจกรรมที่ดำเนินการในโรงเรียน
ในปีการศึกษา 2546 โรงเรียนได้ดำเนินการตามแผนปฏิบัติการตามภารกิจงานของโรงเรียนทั้ง 6 งาน โดยเฉพาะการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้โดยเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ให้นักเรียนคิดเอง ทำเองศึกษาเรียนรู้ด้วยตนเอง ลงมือปฏิบัติเพื่อให้เกิดทักษะ เพื่อให้สอดคล้องกับการปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ โรงเรียนจึงได้พัฒนาบริเวณโรงเรียนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ จึงได้มีโครงการ อนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนโดยได้รับการสนับสนุนจากอาจารย์ธำรงศักดิ์ พิมพสุด วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีแพร่ มาเป็นวิทมยากรให้ความรู้ในโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน ตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชดำริ เรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง”ที่พระราชทานแก่พสกนิกรชาวไทยเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2540 ความว่า “สิ่งสำคัญที่เราพอกินได้ อุ้มชูตัวเราได้ ให้มีคามพอเพียงแก่ตัวเอง พึ่งตัวเองได้ อย่างไม่เดือดร้อน มีความเป็นอยู่อย่างประมาณตน มีกินมีใช้ตามอัตภาพ แล้วที่เหลือจึงจะขายเป็นรายได้ต่อไป
โครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืนเป็นการดำเนินการด้วยการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจในการเกื้อกูลซึ่งกันและกันระหว่างธรรมชาติและการดำรงชีวิตของมนุษย์ รู้จักนำทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่มาพัฒนาเพื่อใช้เลี้ยงปากเลี้ยงท้อง โดยเน้นปลอดสารพิษเป็นหลักสำคัญ
ไม่ก่อหนี้สิน ผสมผสานกับการดำเนินชีวิตตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง คำนึงถึงการรักษาฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

โรงเรียนได้สนองตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อจัดให้เป็นแหล่งเรียนรู้
สำหรับนักเรียนและชุมชน จึงได้ดำเนินการในเรื่องต่อไปนี้

1.การเลี้ยงปลาบ่อขนาดเล็ก
การเตรียมบ่อขนาดเล็ก
-ขุดบ่อขนาด 2 ม.ยาว 4 ม.ลึก 50 ซ.ม.
-ปูด้วยพลาสติก เพื่อให้สามารถกักเก็บน้ำได้
-ใส่ดินลงก้นบ่อพอประมาร เพื่อสร้างสภาพธรรมชาติ
-ใส่ปุ๋ยแห้งลงไปในบ่อ 8 – 10 กำมือ เพื่อสร้างแพลงตอนเป็นอาหารในน้ำ
-ใส่ปุ๋ยน้ำ 1 – 2 แก้ว เพื่อบำบัดน้ำในบ่อ
-นำปลาดุกขนาดยาว 2 นิ้วลงเลี้ยงประมาณ 400 ตัว
อาจารย์ที่ปรึกษา นางกมลวรรณ กำบังตน นายมานพ เดชอุปการ

2.การเลี้ยงไก่
การเตรียมกรงเลี้ยง
-ใช้ลวดตาข่าย ตาถี่ ล้อมรอบ ขนาดที่เลี้ยงตามปริมาณของไก่ ใช้ดินกลบชายตาข่ายไม่ให้ไก่เล็ดลอดออกมา
-ใช้แกลบดิบปูรองพื้นบริเวณกรงเลี้ยง
-รดด้วยจุลินทรีย์ EM เพื่อป้องันกลิ่นเหม็นของมูลไก่
-รดด้วยสุโตจุเพื่อป้องกันแมลงรบกวน
-นำไก่เข้ากรงเลี้ยง
การให้อาหาร
-ให้อาหารด้วยเศษอาหารที่เหลือจากโครงการอาหารกลางวันในโรงเรียน ซึ่งหมักโดยปุ๋ยแห้ง(โบกาฉิ)
-ผสมจุลินทรีย์สดในน้ำให้กินวันต่อวัน
อาจารย์ที่ปรึกษา นายสัมพันธ์ จอมเขียว นางสิริประภา เรือนแก้ว

3. การปลูกผักสวนครัว
การเตรียมดิน
-ยกร่องให้สวยงาม โรยปุ๋ยแห้ง ตรม.ละ 1 กำมือ รดด้วยปุ๋ยน้ำ คลุมด้วยฟางไว้ 5 – 7 วัน ปลูกพืชเมล็ดหรือกล้า
การดูแล
-ใส่ปุ๋ยแห้งระหว่างแถวไม่ให้ถูกต้นพืช
-รดด้วยสุโตจูสารไล่แมลงทุกๆ 3 วัน
อาจารย์ที่ปรึกษา นางรัชนีกร กวางวิจิตรกุล นายธวัชชัย ศิริวัฒนานุรักษ์

4.สิ่งแวดล้อม
การบำบัดน้ำเสีย
-นำจุลินทรีย์ขยายอัตราส่วน 2 ช้อน ต่อน้ำ 1 ถัง รด สาด ตามท่อระบายน้ำ เพื่อช่วยบำบัดน้ำเสีย
-ใส่จุลินทรีย์ทุก 1 – 2 สัปดาห์ ตามปริมาณน้ำเสียและกลิ่น กลิ่นเหม็นจะหายไปในช่วง
3 – 5 วัน
การกำจัดกลิ่นเหม็นจากการเลี้ยงไก่
-นำจุลินทรีย์ขยายอัตราส่วน 2 ช้อน ต่อน้ำ 1 ถัง รด 3 วันต่อครั้ง
-ใช้สุโตจูผสมน้ำจืด รด ราดสลับกับจุลินทรีย์
การกำจัดกลิ่นเหม็นจากห้องน้ำห้องส้วม
-นำจุลินทรีย์ขยายอัตราส่วน 2 ช้อน ต่อน้ำ 1 ถัง รด ราดในห้องน้ำห้องส้วม ในตอนเช้า กลางวัน และตอนเย็น จะไม่มีกลิ่นเหม็น
การปรับสภาพดินบริเวณแปลงไม้ดอกไม้ประดับ
-ใช้ป๋ยแห้ง (โบกาฉิ) โรย ในแปลงไม้ดอกไม้ประดับ
-รดด้วยป๋ยน้ำ
อาจารย์ที่ปรึกษา นางละเอียด ทนันไชย นางมาลี มุ้งทอง นางอินทิรา วงศ์สูง






ความรู้ในเรื่องของการดำเนินงานโครงการชีววิถีอย่างยั่งยืน

การขยายจุลินทรีย์ EM
วัสดุอุปกรณ์
1.จุลินทรีย์ EM 2 ช้อนโต๊ะ
2.กากน้ำตาล 2 ช้อนโต๊ะ
3.น้ำสะอาด 1ลิตร
วิธีทำ
1.ผสมจุลินทรีย์ EMกากน้ำตาลและน้ำเข้าด้วยกัน
2.ใส่ขวดพลาสติกชนิดฝาเกลียว ปิดฝาให้แน่น
3.เก็บไว้3-5 วันจะเป็นหัวเชื้อขยายเป็นการนำจุลินทรีย์
มาขยายให้ได้จำนวนมาก
4.เก็บได้นาน 3 เดือน
วิธีใช้
1..ใช้ทำปุ๋ยน้ำ ฮอร์โมน สารไล่แมลง( สุโตจู) และปุ๋ยแห้ง
หมายเหตุ
1 แก้ว ประมาณ 250 ซีซี
1 ช้อนโต๊ะ ประมาณ 10 ซีซี

การทำปุ๋ยหมัก(โบกาฉิ)
วัสดุอุปกรณ์
1.มูลสัตว์ทุกชนิด 1ส่วน(กระสอบ)
2.แกลบดิบ 1ส่วน(กระสอบ)
3.รำละเอียด 1ส่วน(กระสอบ)
4.จุลินทรีย์ 20ซีซี(2ช้อนโต๊ะ)
5.กากน้ำตาล 20ซีซี(2ช้อนโต๊ะ)
6.น้ำสะอาด 10ลิตร หรือ 1 ถัง
วิธีทำ
ขั้นที่ 1 เตรียมจุลินทรีย์ EM กากน้ำตาล น้ำสะอาด ผสมกันไว้ในถังน้ำ
ขั้นที่ 2 นำมูลสัตว์ รำละเอียด ผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ขั้นที่ 3 นำแกลบดิบใส่ลงในน้ำที่ขยายจุลินทรีย์ ในขั้นที่ 1
จุ่มให้ปียกแล้วบีบหมาดๆ นำมาคลุกเคล้ากับส่วนผสมขั้นที่ 2 ให้เข้ากัน ให้ได้ความชื้น 40-50% (กำแล้วไม่มีน้ำไหลจากง่ามมือ)
การหมัก
เอาส่วนผสมทั้งหมดลงในกระสอบป่าน ถุงปุ๋ย ที่อากาศถ่ายเทได้ โยบรรจุลงไป ¾ ของกระสอบไม่ต้องกดให้แน่นนำไปวางไว้ในที่มีฟางรองเพื่อการระบายอากาศในส่วนล่าง พลิกกลับกระสอบในวันที่ 2,3,4 ทุกๆวัน ในวันที่ 2,3 อุณหภูมิ จะสูงถึง 50 -60 C วันที่ 4-5 อุณหภูมิเย็นลง จนเป็นปกติ ตรวจดูไม่ให้อุณหภูมิเกิน 36 C
ปุ๋ยแห้งสนิทสามารถนำไปใช้ได้
การเก็บรักษา
เก็บรักษาเมื่อโบกาฉิแห้งสนิท ความเก็บรักษาในที่ร่ม ไม่ถูกแดด ถูกฝน สามารถเก็บรักษาได้ประมาณ 1 ปี

วิธีใช้
1.ใช้ปุ๋ยแห้งในแปลงปลูกต้นไม้ทุกชนิด ในอัตราส่วนปุ๋ยแห้ง
1 กำมือ/พื้นที่ 1 ตรม. แล้วทำการเพาะปลูกได้
2.พืชผักที่มีอายุเกิน 2 เดือน เช่นฟักทอง แตงกวา ถั่วฝักยาว กระหล่ำปลี ใช้ปุ๋ยแห้งรองก้นหลุมก่อนปลูก 1 กำมือ
3.ไม้ยืนต้น ไม้ผลควรรองก้นหลุมด้วยเศษหญ้า ใบไม้แห้ง
ฟางแห้ง และปุ๋ยแห้งประมาณ 1-2 บุ้งกี๋ ไม้ผลที่ปลูกแล้วให้ใช้ปุ๋ยแห้ง รอบพุ่มแล้วคลุมด้วยใบไม้แห้ง
4.ไม้ดอกไม้ประดับ ไม้กระถางใส่ปุ๋ยแห้ง สัปดาห์ละ1 ขีดประมาณ1ช้อนโต๊ะรอบๆโคนต้น
การทำฮอร์โมนผลไม้
วัสดุอุปกรณ์
1.มะละกอสุก 2กก.
2.ฟักทองแก่จัด 2กก.
3.กล้วยน้ำว้าสุก 2กก.
4.กากน้ำตาล 1 แก้ว
5.น้ำสะอาด 1ถังหรือ 10 ลิตร
วิธีทำ
1.สับมะละกอ ฟักทอง กล้วยน้ำว้าทั้งเปลือกและเมล็ดให้เข้ากัน
2.ผสมEM และกากน้ำตาลอย่างละ 1 แก้ว ใส่น้ำ 10ลิตร
หรือ 1 ถัง
3.คนให้เข้ากัน ปิดฝาให้แน่นหมักไว้ 7-8 วัน
4.เปิดก๊อกแล้วกรองใส่ขวดเก็บได้นาน 3 เดือน
วิธีใช้
ใช้4-5 ช้อนโต๊ะ ผสมน้ำ 10ลิตรหรือ 1 ถัง ฉีดพ่น ราด จะทำให้ดอกติด ผลดก ขนาดโต น้ำหนักดี รสชาติอร่อย
การทำสารไล่แมลง(สุโตจู EM5 )

วัสดุอุปกรณ์
1.จุลินทรีย์ EM 1 แก้ว
2.กากน้ำตาล 1 แก้ว
3.นำส้มสายชู 1 แก้ว
4.เหล้าขาว28-40 ดีกรี 2 แก้ว
5.น้ำสะอาด 10 ลิตร
วิธีทำ
1.นำส่วนผสมมาผสมให้เข้ากัน ใส่ภาชนะปิดฝาให้สนิท
2.หมักไว้ 7 – 10 วัน เขย่าถังเบาๆๆวัน และเปิดฝานิดๆให้
ก๊าซระบายออก
3.ครบกำหนดเก็บใส่ขวดพลาสติกเก็บไว้ใช้ได้นาน 3 เดือน
วิธีใช้
นำสารไล่แมลง 4 – 5 ช้อนโต๊ะผสมน้ำ20 ลิตรใช้ฉีด พ่น ราด พืชผัก ไม้ใบ ไม้ดอก พืชสวนทุก
สัปดาห์






การทำปุ๋ยน้ำ(ใช้ได้ทันที)
วัสดุอุปกรณ์
1.จุลินทรีย์ EM 1ช้อนโต๊ะ
2.กากน้ำตาล 1ช้อนโต๊ะ
3.น้ำสะอาด 10 ลิตรหรือ 1 ถัง
วิธีทำ
1.นำจุลินทรีย์ EM ผสมในน้ำให้เข้ากัน
วิธีใช้
1.พืชผัก ใช้ฉีด พ่น รด ราด ทุก 3 วัน
2.ไม้ดอก ไม้ผล พืชสวน ฉีด พ่น ทุก 7 วันเดือนละ 1-2 ครั้ง
3.ใช้ให้หมดภายใน 1 วัน หากไม่หมดให้นำไปราดห้องน้ำ
ล้างพื้นซีเมนต์ หรือเทลงท่อระบายน้ำ

การทำสูตรน้ำซาวข้าว
วัสดุอุปกรณ์
1.น้ำซาวข้าว(ประมาณ) 2 ลิตร
2.จุลินทรีย์ EM 1ช้อนโต๊ะครึ่ง
3.กากน้ำตาล 1ช้อนโต๊ะ
4.น้ำสะอาด ครึ่งแก้ว
วิธีทำ
1.นำน้ำซาวข้าว ประมาณ 2 ลิตร ผสมกากน้ำตาล ที่ละลายเจือจางแล้ว3 ช้อนโต๊ะลงใน
น้ำซาวข้าว
2.ใส่จุลินทรีย์ EM 1ช้อนโต๊ะครึ่ง
3.บรรจุในขวดพลาสติกชนิดฝาเกลียวปิดฝาให้สนิท
4.เก็บไว้ประมาณ 3 – 5 วัน น้ำที่ได้มีสีเหลืองอ่อน กลิ่นหอม
จึงนำไปใช้
วิธีใช้
1.ใช้แทนผงซักฟอก โดยใช้สูตรน้ำซาวข้าว ผสมน้ำในอัตราส่วน 1: 20 แช่ผ้าทิ้งไว้ 1 คืน กรณีใช้เครื่องซักผ้าให้ประมาณ 500ซีซี วันรุ่งขึ้นซักน้ำสะอาดและนำผ้าตากให้แห้ง ผ้าจะสะอาดไม่มีกลิ่น
ไม่กระด้าง รีดง่าย
2.ใช้เป็นสเปรย์ดับกลิ่น โดยใช้สูตรน้ำซาวข้าว ใส่ขวดที่มีหัวฉีดเป็นละออง ดับกลิ่นเหม็นติดเสื้อผ้า กลิ่นอับในรถยนต์
3ใช้ผสมน้ำถูพื้นบ้านพื้นครัว (อัตราส่วนตามความสกปรก)
4.กรณีมีตะกอนที่ก้นขวด ให้ใช้เฉพาะน้ำใส่เท่านั้น
5.ใช้ให้หมดภายในเวลาประมาณ 3- 5 วัน

หมายเหตุ หากดมดูมีกลิ่นเหม็น ใส่กากน้ำตาม 1 ช้อนโต๊ะ ผสมกัน นำไปราดท่อระบายน้ำ
หรือเทลงในส้วม

ที่มา : วิทยุชุมชนพลเมืองนนท์ fm92.75mhz.