หมวดปัญหา
จังหวัด
ยาเสพติด  
ทุจริตคอรัปชั่น  
รถเสีย  
รับสมัครงาน/หางาน  
ทำความดี  
เจ็บป่วย  
กลุ่มอิทธิพล  
แรงงาน  
คุ้มครองผู้บริโภค  
การเกษตร  
การศึกษา  
สาธารณสุข  
สิ่งแวดล้อม  
ไม่ได้รับความเป็นธรรมจนท.รัฐ  
ที่ดินทำกิน  
ปัญหาอื่นๆ  
อาชญากรรม  
ร้องเรียน  
สาธารณูปโภค  
บริการด้านจราจร  
คนหาย  
ของหาย  
อุบัติภัย  
อุบัติเหตุ  
สำนักข่าวทีนิวส์
สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
บริษัทกลางคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
สภาทนายความ
ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม กระทรวงคมนาคม
ศูนย์ดำรงธรรม กระทรวงมหาดไทย
กรมการขนส่งทางบก
กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
กรมการแพทย์
กรมชลประทาน
กรมป่าไม้
สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
กระทรวงแรงงาน
ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ศูนย์ประชาบดี
การประปาส่วนภูมิภาค
 www.depthai.go.th
 www.thaitrade.com
กองบังคับการตำรวจทางหลวง
หนังสือพิมพ์
 • econnews
 • เสียงใต้
 • สยามรัฐ
 • สยามธุรกิจ
 • โลกวันนี้
 • โฟกัสภาคใต้
 • TELECOM JOURNAL
 • เชียงใหม่นิวส์
 • ประชาชาติ
 • สยามกีฬา
 • เนชั่นสุดสัปดาห์
 • ฐานเศรษฐกิจ
 • โพสต์ทูเดย์
 • ไทยโพสต์
 • กรุงเทพธุรกิจ
 • บ้านเมือง
 • หนังสือพิมพ์โคราชรายวัน
 • ข่าวหุ้น
 • เดลินิวส์
 • มติชน
 • ข่าวสด
 • ไทยรัฐ
 • ผู้จัดการ 360 องศา รายสัปดาห์
 • ผู้จัดการรายวัน
 • ผู้จัดการออนไลน์
 • แนวหน้า
 • คม ชัด ลึก
บทบาทที่สำคัญของไทยและกลุ่มประเทศอาเซียน

บทบาทที่สำคัญของไทยและกลุ่มประเทศอาเซียน
ฉะนั้น บทบาทที่สำคัญของไทยและกลุ่มประเทศอาเซียนที่จะต้องดำเนินการอย่างจริงจังคือ การกระตุ้นเตือน และคัดค้านต่อการจะใช้ความรุนแรงต่อประชาชนที่ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องในครั้งนี้ และมีมาตรการขั้นเด็ดขาดหากทหารพม่าใช้ความรุนแรงเข้าปราบปรามประชาชนจนก่อให้เกิดการนองเลือดเหมือนเช่น 19 ปีที่ผ่านมา รวมทั้งจะต้องเร่งให้เกิดแนวทางการเจรจาหาทางออกร่วมกันของกลุ่มต่างๆ ในพม่า ในฐานะมิตรที่ไม่อาจเพิกเฉยต่อความเดือดร้อนของประเทศเพื่อนบ้านได้

Burma Peace Group : เพื่อสันติภาพของประชาชนในพม่า (burmapeacegroup@gmail.com)
เป็นคณะทำงานเฉพาะกิจที่เกิดจากการรวมตัวของนักวิชาการ สื่อมวลชน นักพัฒนา ที่คลุกคลีกับประเด็นพม่ามาโดยตลอด

คณะทำงาน : พรพิมล ตรีโชติ งามศุกร์ รัตนเสถียร วสุ ศรียาภัย วันดี สันติวุฒิเมธี อดิศร เกิดมงคล ปกป้อง เลาวัณย์ศิริ
บุษยรัตน์ กาญจนดิษฐ์ สุชาดา สายหยุด

2. บทบาทและความสัมพันธ์ของอาเซียนต่อพม่า
Burma Peace Group ฉบับที่ ๒ (๒๘ กันยายน ๒๕๕๐)

28 กันยายน 2550 นายกรัฐมนตรีสุรยุทธ์ จุลานนท์ กล่าวถ้อยแถลงในนามอาเซียนที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา แสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์ในพม่าพร้อมประณามการใช้ความรุนแรง ว่าเป็นวิธีการที่น่ารังเกียจ โดยได้เรียกร้องพม่ายุติใช้ความรุนแรง แก้ปัญหาด้วยวิธีการสมานฉันท์ อาเซียนได้มีการหารือเกี่ยวกับสถานการณ์ในพม่า และได้รับรายงานการใช้อาวุธและขอให้รัฐบาลพม่ายุติการใช้ความรุนแรงต่อผู้ประท้วงโดยทันที

อาเซียนแสดงความรังเกียจต่อรายงานที่กล่าวถึงว่า การประท้วงได้รับการกดดันโดยการใช้ความรุนแรงและมีผู้เสียชิวิต อาเซียนขอให้พม่าใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างที่สุดและหาแนวทางการเมืองเพื่อแก้ปัญหา รวมถึงใช้ความพยายามเพื่อความสมานฉันท์ของชาติ นอกจากนี้ได้เรียกร้องให้ปลดปล่อยผู้ที่ถูกจับกุมรวมถึงนาง ออง ซาน ซู จี ด้วย. อาเซียนสนับสนุนการตัดสินใจของเลขาธิการสหประชาชาติ บัน คี มุน ในการส่งผู้แทนพิเศษ Ibrahim Gambari ไปพม่า และขอให้รัฐบาลพม่าให้ความร่วมมือกับผู้แทนพิเศษและทำงานร่วมกัน ทั้งนี้บทบาทของนาย Gambari ในฐานะเป็นผู้ประสานงานกลาง สามารถช่วยแก้ปัญหาสถานการณ์ที่เลวร้ายได้ อาเซียนขอให้พม่าเปิดทางให้ผู้แทนพิเศษได้พบกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับทุกภาคส่วนในพม่า ตามที่เคยปฏิบัติในอดีต

สำหรับประเทศไทยในฐานะประเทศเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดต่อกันมากกว่า 2,400 กิโลเมตร และมีชาวพม่ากว่าหนึ่งล้านคนพำนักอยู่ มีความกังวลอย่างยิ่งกับสิ่งที่ได้ยินและได้เห็นในพม่า ทั้งไทยและพม่าต่างเป็นประเทศพุทธศาสนา ต่างมีความเชื่อร่วมกันในความสงบและความอดกลั้น ดังนั้นไทยจึงไม่สามารถยอมรับการใช้ความรุนแรงและการทำร้ายร่างกายต่อพระสงฆ์และผู้ประท้วงในร่างกุ้งได้

ในระยะเวลาที่ผ่านมาแนวนโยบายต่างประเทศที่มีรูปแบบเนื้อหา"การเมืองเพื่อการค้า"ของอาเซียน ที่ให้ความสำคัญกับมิติทางด้านเศรษฐกิจมากกว่า ทำให้รัฐบาลเผด็จการทหารพม่าได้รับการสนับสนุนเห็นใจ ได้รับการปกป้องจากอาเซียนมาโดยตลอด จนในที่สุดนำไปสู่การรับประเทศพม่าเข้าเป็นสมาชิกของอาเซียนในเดือนกรกฎาคม พ.ศ.2540 อานิสงค์สำคัญหลังจากที่พม่าเข้ามาอยู่ในอาเซียน ภาพลักษณ์ของพม่าในสายตาประชาคมโลกได้รับความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา พม่าได้ตักตวงผลประโยชน์ในทุกด้านจากการเป็นสมาชิกภาพของอาเซียน พม่าได้ใช้อาเซียนเป็นเกราะกำบังและเป็นกันชนให้กับพม่าในการดำเนินความสัมพันธ์กับโลกภายนอก โดยพม่าได้ทำให้ปัญหาที่พม่ามีกับประชาคมโลกกลายเป็นปัญหาของอาเซียนโดยส่วนรวมมากกว่าปัญหาของพม่าโดยตรง ทำให้ประเทศอาเซียนอื่นๆ อยู่ในสภาพกลืนไม่เข้าคายไม่ออกมาตลอด 10 ปีที่ผ่านมา

นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2540 เป็นต้นมา ซึ่งเป็นปีที่พม่าได้เข้าเป็นสมาชิกของสมาคมอาเซียน พม่าได้สร้างปัญหาให้กับสมาคมอาเซียนมากกว่าสมัยที่ยังมิได้เข้ามาเป็นสมาชิก ส่งผลทำให้ความน่าเชื่อถือของอาเซียนตกต่ำอย่างเห็นได้ชัด ทั้งการกักขังนางออง ซาน ซู จี, การคุมขังนักโทษการเมือง, การละเมิดสิทธิมนุษยชนในรูปแบบต่างๆอย่างร้ายแรง แต่ที่ผ่านมาอาเซียนก็ยังยึดหลักการไม่แทรกแซงกิจการภายในของพม่ามาโดยตลอด เหตุที่อาเซียนมีท่าทีเช่นนี้ อาจกล่าวได้ว่าเป็นผลมาจากนโยบายต่างประเทศของไทย ที่ไม่ได้เป็นแกนนำในการเรียกร้องต่อรัฐบาลทหารพม่า แต่กลับไปให้การสนับสนุนรัฐบาลพม่าแทน ตรงนี้เองที่ทำให้นักการเมืองในมาเลเซีย สิงค์โปร์ ต้องกลายมาเป็นผู้นำในประเด็นปัญหาดังกล่าว

สังเกตจากในระยะหลังที่ผ่านมา สมาชิกบางประเทศของอาเซียนเริ่มแสดงความไม่เห็นด้วยกับนโยบายดังกล่าวอย่างเปิดเผยยิ่งขึ้น เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ ต่างได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับภาวะชะงักงัน ไม่คืบหน้าของกระบวนการประชาธิปไตยและการปรองดองแห่งชาติในพม่า ตลอดจนสภาวะถดถอยของความสัมพันธ์ในด้านต่างๆ ระหว่างสมาคมอาเซียนกับกลุ่มประเทศคู่เจรจาที่สำคัญๆ อาทิ สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป พร้อมกับเรียกร้องให้ประเทศสมาชิกสมาคมอาเซียนพิจารณาประเด็นเรื่องผลกระทบร้ายแรงที่จะเกิดขึ้น ต่อความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างอาเซียนกับกลุ่มประเทศคู่เจรจา หากไม่ปรากฏความคืบหน้าในเรื่องของกระบวนการประชาธิปไตยและการปรองดองแห่งชาติในพม่า

พร้อมกันนั้น ได้มีการเรียกร้องให้ฝ่ายนิติบัญญัติของรัฐสภาของประเทศสมาชิกสมาคมอาเซียน ร่วมมือกันเรียกร้องให้รัฐบาลประเทศสมาชิกฯ หาทางเจรจากับฝ่ายพม่า ให้ตระหนักถึงผลเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับสมาคมอาเซียน หากฝ่ายเผด็จการทหารพม่ายังไม่ยอมดำเนินการอย่างจริงจัง เพื่อให้กระบวนการประชาธิปไตยและการปรองดองแห่งชาติเกิดขึ้นในพม่าอย่างแท้จริง. เท่าที่ผ่านมา พม่าเพียงสร้างภาพลวงตาเพื่อลวงประชาคมโลกให้หลงผิดว่า ได้มีการพัฒนากระบวนการประชาธิปไตยขึ้นแล้วในประเทศ

แต่หากพิจารณาจากพฤติกรรมของพม่าในอดีตที่ผ่านมา โอกาสที่พม่าจะยอมเห็นแก่ส่วนรวมนับว่าแทบไม่มีความเป็นไปได้เลย อีกทั้งโอกาสที่ประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ จะตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวร่วมกันที่จะดำเนินการเอาผิดทางวินัยกับพม่า เมื่อพิจารณาจากท่าทีของแต่ละประเทศสมาชิกที่ผ่านมาย่อมมีความเป็นไปได้ยากยิ่งเช่นกัน ซึ่งน่าจะมาสาเหตุสำคัญที่ประเทศสมาชิกเอเชียไม่สามารถรวมตัวกันกดดันพม่าได้อย่างเป็นเอกภาพ โดยเฉพาะไทย จีน และอินเดีย ล้วนแต่คิดในเรื่องผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่ตัวเองจะได้เป็นสำคัญ ขณะเดียวกันแรงกดดันจากประชาคมโลก ทั้ง EU, สหรัฐอเมริกา, ออสเตรเลีย, และญี่ปุ่น ล้วนสร้างแรงกดดันที่ค่อนข้างกระจัดกระจาย

ข้ออ้างในการสนับสนุนพม่าเข้าเป็นสมาชิกอาเซียน
สุรพงษ์ ชัยนาม วิเคราะห์ไว้อย่างน่าสนใจว่า เหตุผลสำคัญที่ประเทศสมาชิกอาเซียนได้นำมาอ้างเพื่อสนับสนุนให้พม่าเข้าเป็นสมาชิกสมาคมอาเซียน เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี พ.ศ.2540 คือ

1) ประเทศพม่าตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นจึงสมควรรับเข้ามาเป็นสมาชิกอาเซียน

2) ในเมื่อประเทศที่จัดอยู่ในภูมิภาคอาเซียนมีทั้งหมด 10 ประเทศ หากรับพม่าเข้ามาเป็นสมาชิก ก็จะทำให้สมาชิกเพิ่มขึ้น
จนครบถ้วนทั้ง 10 ประเทศ และจะมีผลทำให้สมาคมอาเซียนมีขนาดใหญ่ขึ้น และมีอำนาจต่อรองและอิทธิพลในเวทีการเมือง
และเศรษฐกิจระหว่างประเทศมากขึ้น

3) การรับพม่าเข้าเป็นสมาชิกสมาคมอาเซียน มีผลสนับสนุนเหตุผลทางยุทธศาสตร์ของอาเซียนที่มีความวิตกกังวลต่อการแผ่อิทธิพลในด้านต่างๆ ของจีนที่นับวันได้เพิ่มขึ้นในภูมิภาคอาเซียน ฉะนั้นการรับพม่าเข้ามาในสมาคมอาเซียน ถือได้ว่าเป็นการช่วยลดภาวะพึ่งพาที่พม่ามีต่อจีน และลดอิทธิพลของจีนในพม่า

4) อาเซียนมีความจำเป็นที่ต้องรีบรับพม่าเข้าเป็นสมาชิก เนื่องจากกลุ่มประเทศมหาอำนาจฝ่ายตะวันตก (อาทิ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย และกลุ่มประเทศสหภาพยุโรปหลายประเทศ) พยายามเข้ามาตักเตือน เรียกร้องให้อาเซียนชะลอการรับพม่าเข้าเป็นสมาชิก ฉะนั้นอาเซียนจึงจำเป็นที่จะต้องแสดงท่าทีออกมาอย่างเปิดเผยและชัดเจน เพื่อส่งสัญญาณให้ประชาคมระหว่างประเทศเห็นว่า ประเทศสมาชิกอาเซียนมีความเป็นปึกแผ่น เป็นอิสระ และมีอธิปไตยของตนเอง โดยจะไม่ก้มหัวหรือสยบให้กับแรงกดดันหรือการบีบบังคับจากประเทศใดทั้งสิ้น ในประเด็นของเหตุผลข้อนี้ ประเทศอาเซียนที่ทำหน้าที่เป็นหัวหอกในการส่งเสริมพม่าเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนอย่างแข็งขันและอย่างออกหน้าออกตาคือ มาเลเซีย ยุคอดีตนายกรัฐมนตรีมหาเธียร์ และอินโดนีเซีย ยุคอดีตประธานาธิบดี ซูฮาร์โต

5) การรับพม่าเข้ามาเป็นสมาชิกสมาคมอาเซียน ซึ่งถือได้ว่าเป็นองค์กรที่มีชื่อเสียง ภาพพจน์ ภาพลักษณ์ และความน่าเชื่อถือที่ดี และเป็นที่ยอมรับนับถือของประชาคมระหว่างประเทศ จะมีผลทำให้พม่าต้องปรับตัว ปรับท่าทีและนโยบายของพม่าให้สอดคล้องกับท่าที นโยบาย หลักปฏิบัติ และประเพณีค่านิยมของสมาคมอาเซียน

พรพิมล ตรีโชติ (นักวิชาการ Burma Peace Group) วิเคราะห์ว่า อาเซียนสนใจพม่าในมิติเดียว คือ มิติทางเศรษฐกิจ เพราะประเทศพม่าเป็นประเทศที่มีทรัพยากรมากที่สุด แต่ในเรื่องของการเมืองนั้นอาเซียนแทบไม่เคยสนใจ เพิ่งจะมาสนใจอย่างจริงจังตอนที่มีการเรียกร้องจากประชาคมโลกหลังเกิดเหตุการณ์เมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม 2546 ที่มีการนำตัวนางออง ซาน ซู จี ไปกักบริเวณที่บ้านพักอีกครั้งเท่านั้น ฉะนั้นสิ่งที่จะสามารถทำให้พม่าฟังอาเซียนก็คือ บทบาทของจีนที่เพิ่มมากยิ่งขึ้นในพม่า จนพม่าไม่สามารถควบคุมจีนได้อีกต่อไปเท่านั้น

พม่าไม่ได้ไว้ใจจีน อินเดียเริ่มมีอิทธิพล
ขณะเดียวกัน พม่าก็ไม่ได้ไว้ใจจีนเท่าใดนัก เนื่องจากพื้นที่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำสาละวินเกือบทั้งหมดอยู่ภายใต้อิทธิพลจีน อีกทั้งพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ชนกลุ่มน้อยที่รัฐบาลทหารพม่าเองก็ยังเข้าไปไม่ได้ เพราะพื้นที่ที่จีนเข้าไปครอบครองเป็นประตูสู่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของพม่า ซึ่งอิทธิพลจีนตรงนี้จะทำให้พม่าต้องฟังอาเซียนและมองว่าอาเซียนเป็นทางออกในการเจรจากับจีน นอกจากนั้นวันนี้เอง พม่าก็มีผู้ช่วยเหลือคนใหม่ที่มีความสำคัญกับกว่าอาเซียน คือ อินเดีย ซึ่งอินเดียได้เข้าไปลงทุนในประเทศพม่าจำนวนมาก ดั้งนั้นพม่าจึงอยู่ระหว่างอินเดียกับจีน และห่างจากอาเซียนไปเรื่อยๆ พม่าจะเห็นความสำคัญของอาเซียนก็ต่อเมื่อตระหนักว่าจีนและอินเดียกำลังคุกคามตนอยู่ เมื่อนั้นอาเซียนจึงจะกลายเป็นคำตอบของพม่า

พม่ากับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับอาเซียน
สำหรับในแง่ของความสัมพันธ์ในเชิงเศรษฐกิจ (การลงทุน การค้า) ของประเทศสมาชิกอาเซียนสำคัญๆ เช่น มาเลเซีย สิงคโปร์ ไทย นั้น พบว่า

- สำหรับประเทศมาเลเซียนั้น บริษัทปิโตรเลียมเบอร์ฮาร์ด หรือที่รู้จักกันดีในนามเปโตรนาส (PETRONAS) กิจการพลังงานยักษ์ใหญ่ของมาเลเซีย ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกันเพื่อร่วมมือกับพม่าในโครงการต่างๆ หลายโครงการในอุตสาหกรรมน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ

- ส่วนสิงคโปร์ก็มีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับรัฐบาลทหารพม่า โดยผู้นำระดับสูงหลายรายของพม่าได้เข้ารับการรักษาทางการแพทย์ในสิงคโปร์ เช่น พล.อ.ตัน ฉ่วย ผู้นำรัฐบาลทหารพม่า ได้เดินทางเยือนสิงคโปร์เมื่อเดือนมกราคม 2550 เพื่อเข้ารับการรักษาโรคมะเร็งในลำไส้ และในปีที่แล้ว(2549) สิงคโปร์มีมูลค่าการค้ากับพม่าสูงถึง 1 พันล้านดอลลาร์

- สำหรับไทยนั้นจากสถิติการให้การส่งเสริมการลงทุนของ BOI ตั้งแต่ปี 2531 จนถึงปี 2549 มีการลงทุนไทยในพม่าทั้งสิ้น 56 โครงการ คิดเป็นมูลค่าเงินลงทุนสะสมทั้งสิ้น 1,345.623 ล้านดอลลาร์สหรัฐ กิจการที่ไทยไปเข้าลงทุน ได้แก่ ประมง ไม้ อัญมณี และเครื่องประดับ อาหารและเครื่องดื่ม การค้า ขนส่ง โรงแรมและการท่องเที่ยว การแปรรูปการเกษตรและพลังงาน นอกจากนี้ยังมีบริษัทที่ทำสัญญาจัดซื้อ - จัดจ้างกับหน่วยงานรัฐของพม่า ตามเงื่อนไขของเงินกู้ 4,000 ล้านบาท ซึ่งเงินกู้ดังกล่าวจะนำไปใช้สำหรับโครงการต่างๆ โดยมีเงื่อนไขว่าต้องซื้อสินค้าและอุปกรณ์ต่างๆ จากบริษัทสัญชาติไทยที่กำหนดไว้เท่านั้น นอกจากนั้นกลุ่มบริษัทเอ็มดีเอ็กซ์กรุ๊ปของไทยยังได้ลงนามในสัญญามูลค่า 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 228 ล้านบาท) ในโครงการก่อสร้างเขื่อนในรัฐฉานของพม่า

ฉะนั้นในประเทศอาเซียน สิงค์โปร์เป็นผู้ลงทุนรายใหญ่ ตามด้วยประเทศไทยลำดับต่อมา

กฎบัตรอาเซียน
ข้อเสนอสำหรับบทบาทของอาเซียนต่อการแก้ไขปัญหาการเมืองพม่านั้น ในปัจจุบันอาจฝากความหวังไว้กับการที่อาเซียนได้มีการร่าง"กฎบัตรอาเซียน"ขึ้นมา ในระหว่างการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศที่ฟิลิปปินส์ปลายเดือนกรกฎาคม 2550 กฎบัตรอาเซียนนับเป็นหลักหมายสำคัญของกลุ่ม เพราะมันจะทำให้อาเซียนเป็นประชาคมที่มีกฎเกณฑ์ชัดเจน ซึ่งครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่มีการกำหนดมาตรการการปฏิบัติสำหรับชาติสมาชิกอย่างเฉพาะเจาะจง เพื่อเพิ่มความกดดันสมาชิกที่มีปัญหา เช่น พม่า ให้ปรับปรุงแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชนเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกลงโทษ. นายออง เค็ง ยอง เลขาธิการสมาคมอาเซียน กล่าวว่า บทบาทของอาเซียนจะช่วยกำหนดความสัมพันธ์ระหว่างอาเซียนกับพม่า เนื่องจากกฎบัตรนี้จะย้ำถึงความรับผิดชอบและพันธกรณีของประเทศสมาชิก แต่กฎบัตรไม่ได้กล่าวถึงรายละเอียดของมาตรการลงโทษสมาชิกที่ละเมิดกฎ ถึงแม้ว่าสมาชิกบางประเทศได้เสนอให้ใช้มาตรการขับออกจากการเป็นภาคีสมาชิก ในกรณีที่มีการละเมิดกฎอย่างร้ายแรง

นอกจากนั้นแนวโน้มที่น่าสนใจคือ หลังจากการที่พม่ายอมถอนตัวออกจากการเป็นประธานอาเซียน และจากการเป็นเจ้าภาพจัดประชุมอาเซียนในช่วงที่ผ่านมา ทำให้พม่าจะใช้ข้ออ้างเรื่องการดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญขั้นที่ 1 ที่เพิ่งจะเสร็จสิ้นลงเมื่อกลางเดือนกันยายนว่า ตนเองพร้อมที่จะเป็นประธานอาเซียน และเป็นเจ้าภาพจัดประชุมได้แล้ว ซึ่งภาวะในข้างหน้านั้นอาเซียนจะลำบากมาก ถ้าแรงกดดันของประเทศต่างๆ ในอาเซียนยังคงอยู่ พม่าก็อาจจะไม่กล้าดำเนินการใดๆ แต่ถ้าแรงกดดันเบาบางลง พม่าก็อาจจะอ้างสิทธิดังกล่าว ดังนั้นนักการเมืองในประเทศต่างๆ จะต้องร่วมมือกันกดดันเรียกร้องประเทศพม่าต่อไป

ที่มา : ผู้สื่อข่าวสภาเครือข่ายสื่อภาคประชาชนอาเซียน ส.ต.ท.สมชาย ศรีเย็น